
วันที่ 17 กรกฏาคม 2569 นายอภิรักษ์ หลักชัยกุล เกษตรจังหวัดลำปาง มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดลำปาง ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภองาว ติดตามสถานการณ์โรคและแมลงศัตรูพืช แปลงข้าวโพด บ้านขุนแม่หวด ม.4 ต.บ้านหวด อ.งาว จังหวัดลำปาง พบการระบาดของหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด และพบการเข้าทำลายของหนอนเจาะลำต้นข้าวโพด ทั้งนี้ได้ให้คำแนะนำในการป้องกันกำจัดดังนี้
หนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด
การป้องกันกำจัด ตามคำแนะนำของสำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร ดังนี้
1. ทำลายกลุ่มไข่เมื่อพบ (1 กลุ่มไข่ ฟักออกเป็นหนอน 100-200 ตัว)
2. คลุกเมล็ดด้วยสารไซแอนทรานิลิโพรล 24% FS + ไทอะมีทอกแซม 24% FS (กลุ่ม 28 + กลุ่ม 4) ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ใช้อัตรา 7 มิลลิลิตร ต่อเมล็ดพันธุ์ 1 กิโลกรัม
3. เมื่อพบหนอนขนาดเล็กที่เพิ่งฟักจากไข่ พ่นด้วยสารชีวภัณฑ์ ได้แก่ เชื้อบีที สายพันธุ์ไอซาไว หรือ สายพันธุ์ เคอร์สตาร์กี้ อัตรา 80 กรัม/น้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 4-7 วัน
4. ในแปลงที่ไม่ใช้สารเคมี ใช้แมลงตัวห้ำ เช่น แมลงหางหนีบ หรือ มวนเพชฌฆาต หรือ มวนพิฆาต
5. พ่นสารกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งตามคำแนะนำ
– สไปนีโทแรม 12% SC อัตรา 20 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร (กลุ่ม 5)
– สไปนีโทแรม 25% WG อัตรา 10 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร (กลุ่ม 5)
– อิมาเมกตินเบนโซเอท 1.92% EC อัตรา 20 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร (กลุ่ม 6)
– อิมาเมกตินเบนโซเอท 5% WG อัตรา 10 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร (กลุ่ม 6)
– คลอร์ฟีนาเพอร์ 10% SC อัตรา 30 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร (กลุ่ม 13)
– อินดอกซาคาร์บ 15% SC อัตรา 30 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร (กลุ่ม 22)
– เมทอกซีฟีโนไซด์ + สารสไปนีโทแรม 30% + 6% SC อัตรา 30 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตร (กลุ่ม 18+5)
– คลอแรนทรานิลิโพรล 5.17% SC อัตรา 30 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตร (กลุ่ม 28)
– ฟลูเบนไดอะไมด์ 20% WG อัตรา 10 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร (กลุ่ม 28)
หนอนเจาะลำต้นข้าวโพด ![]()
หนอนเจาะลำต้นข้าวโพด (Asian corn borer : Ostrinia furnacalis Guenee)![]()
![]()
เป็นแมลงศัตรูสำคัญที่สุดชนิดหนึ่งของข้าวโพด โดยเฉพาะในแปลงที่มีการปลูกข้าวโพดมานานหลายปี หรือในแหล่งที่มีการใช้สารฆ่าแมลงมาก เพราะแมลงศัตรูธรรมชาติถูกทำลาย เช่น แตนเบียนไข่ ซึ่งเป็นตัวคอยควบคุมประชากรหนอนเจาะลำต้นได้ดี ทำความเสียหายโดยการเจาะเข้าไปกินอยู่ภายในลำต้นข้าวโพด ทำให้ต้นข้าวโพดหักล้มง่ายเมื่อถูกลมพัดแรง นอกจากนั้นยังเจาะทำลายฝักด้วย ซึ่งมักเจาะกินที่ก้านฝักหรือโคนฝัก หากมีการระบาดรุนแรงมากจะเจาะกินที่ตัวฝักด้วย การเข้าทำลาย สามารถเข้าทำลายในช่วงการเจริญเติบโตทางลำต้น ระยะติดดอก และติดเมล็ด โดยที่หนอนจะเจาะกินใบส่วนยอดเจาะกินภายในช่อดอก และเจาะเข้าทำลายภายในลำต้น หนอนที่ฟักออกจากไข่ระยะแรกๆ จะกัดกินใบที่ม้วนอยู่ แต่ถ้าระบาดระยะที่ข้าวโพดกำลังออกเกสรตัวผู้จะอาศัยกินอยู่ที่ช่อดอกตัวผู้ ซึ่งอาจจะทำให้ช่อดอกไม่คลี่ ต่อมาจึงเจาะเข้าลำต้นด้านบริเวณก้านใบเหนือข้อ และโคนฝัก การทำลายของหนอนเจาะลำต้นนี้จะกัดกินเป็นรูย้อนขึ้นทางด้านบน แต่ถ้าในแหล่งที่มีการระบาดมาก จะเจาะกินฝักด้วย ในข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สภาพที่มีการเจาะทำลายโดยเฉลี่ย 2-6 รูต่อต้นจะทำให้ผลผลิตลดลง 10-40 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้พบว่าการปลูกข้าวโพดในช่วงปลายฤดูฝนจะมีการระบาดของแมลงศัตรูดังกล่าวมากกว่าในช่วงต้นฤดู การป้องกันกำจัด ในสภาพธรรมชาติมีแมลงศัตรูธรรมชาติที่คอยทำลายหนอนเจาะลำต้นข้าวโพดให้มีปริมาณลดลง ได้แก่ แตนเบียนในวงศ์ไทรโครแกรมมา แมลงหางหนีบ แมลงช้าง
การป้องกันกำจัดโดยใช้สารฆ่าแมลง เลือกใช้ชนิดใดชนิดหนึ่ง ได้แก่
– เดลทาเมทริน (deltamethrin) 3% EC อัตรา 10 มล./น้ำ 20 ลิตร (กลุ่ม 3A)
– ไตรฟลูมูรอน (triflumuron) 25% WP อัตรา 30 กรัม/น้ำ 20 ลิตร (กลุ่ม 15)
– เทฟลูเบนซูรอน (teflubenzuron) 5% EC อัตรา 25 มล./น้ำ 20 ลิตร (กลุ่ม 15)
– คลอร์ฟลูอาซูรอน (chlorfluazuron)5% EC อัตรา 25 มล./น้ำ 20 ลิตร (กลุ่ม 15)
– ฟิโพรนิล (fipronil) 5% SC อัตรา 20 มล./น้ำ 20 ลิตร (กลุ่ม 2B)
https://www.facebook.com/share/p/1bRjDmSwJz/